English-Video.net comment policy

The comment field is common to all languages

Let's write in your language and use "Google Translate" together

Please refer to informative community guidelines on TED.com

TED Talks Live

Sangeeta Bhatia: This tiny particle could roam your body to find tumors

แซนกีทา บฮ์าเทีย (Sangeeta Bhatia): อนุภาคเล็กกระจิ๊ดริดนี้อาจตระเวนไปในร่างกายคุณเพื่อค้นหาเนื้องอกได้

Filmed
Views 776,985

จะเป็นอย่างไรถ้าเราสามารถพบเนื้องอกมะเร็งได้หลายปีก่อนที่มันจะทำอันตรายเราได้ - โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือราคาแพง หรือแม้แต่กระแสไฟฟ้าที่คงที่ แซนกีทา บฮ์าเทีย แพทย์ นักพันธุวิศวกรรม และนักลงทุน ผู้เป็นหัวหน้าห้องทดลองที่รวมศาสตร์หลากหลายวิชาเขาไว้ดวยกัน ซึ่งค้นหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อทำความเข้าใจ วินิจฉัย และรักษาโรคของมนุษย์ เป้าหมายของเธอคือ สองในสามของการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งซึ่งเธอบอกว่าป้องกันได้อย่างเต็มที่ เธออธิบายรายละเอียดของศาสตร์ของอนุภาคนาโนที่ซับซ้อน และเล่าถึงความฝันของเธอในเรื่องการทดสอบมะเร็งแบบใหม่ที่จะรักษาชีวิตคนไว้ได้หลายล้านคน ด้วยความชัดเจนอย่างยิ่ง

- Physician, bioengineer and entrepreneur
Sangeeta Bhatia is a cancer researcher, MIT professor and biotech entrepreneur who works to adapt technologies developed in the computer industry for medical innovation. Full bio

In the space that used
to house one transistor,
ที่ว่างที่เราเคยใช้สำหรับบรรจุ
ทรานซิสเตอร์ 1 ตัว
00:12
we can now fit one billion.
ตอนนี้สามารถบรรจุมันได้
เป็นพันล้านเครื่อง
00:16
That made it so that a computer
the size of an entire room
นั่นทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์
ซึ่งแต่ก่อนมีขนาดเท่ากับห้อง
00:19
now fits in your pocket.
ตอนนี้มีขนาดพอดีกับกระเป๋าของคุณ
00:23
You might say the future is small.
อาจจะบอกได้ว่า
อนาคตนั้นจะมีขนาดเล็ก
00:26
As an engineer,
ในฐานะที่เป็นวิศวกร
00:29
I'm inspired by this miniaturization
revolution in computers.
ฉันได้แรงดลใจจากเรื่อง
การปฏิวัติขนาดคอมพิวเตอร์ให้เล็กลง
00:30
As a physician,
ในฐานะที่เป็นแพทย์
00:34
I wonder whether we could use it
to reduce the number of lives lost
ฉันสงสัยว่า เราจะสามารถใช้มัน
เพื่อลดจำนวนการเสียชีวิต
00:36
due to one of the fastest-growing
diseases on Earth:
อันเนื่องมาจากโรคหนึ่ง ที่เพิ่มขึ้น
อย่างรวดเร็วบนโลกนี้ได้หรือไม่
00:41
cancer.
มันคือ โรคมะเร็ง
00:46
Now when I say that,
ค่ะ เมื่อฉันพูดอย่างนั้น
00:47
what most people hear me say
is that we're working on curing cancer.
สิ่งที่คนส่วนมากได้ยิน คือ
เรากำลังพยายามหาทางรักษาโรคมะเร็ง
00:48
And we are.
และเราก็กำลังทำอยู่จริง ๆ
00:52
But it turns out
แต่มันกลายเป็นว่า
00:53
that there's an incredible
opportunity to save lives
มีโอกาสมากมายเหลือเกิน
ที่จะรักษาชีวิตไว้ได้
00:55
through the early detection
and prevention of cancer.
โดยการตรวจพบ
และการป้องกันมะเร็งแต่เนิ่น ๆ
00:57
Worldwide, over two-thirds of deaths
due to cancer are fully preventable
กว่าสองในสามของการตายทั่วโลก
จากโรคมะเร็งนั้นป้องกันได้อย่างเต็มที่
01:01
using methods that we already
have in hand today.
โดยใช้วิธีการ ที่เรามีอยู่แล้วในปัจจุบัน
01:07
Things like vaccination, timely screening
อย่างเช่น วัคซีน
การตรวจพบให้ทันเวลา
01:10
and of course, stopping smoking.
และแน่นอนค่ะ การเลิกสูบบุหรี่
01:13
But even with the best tools
and technologies that we have today,
แต่แม้จะมีเครื่องมือและเทคโนโลยี
ที่ดีที่สุด ที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน
01:16
some tumors can't be detected
เนื้องอกบางอย่าง
ก็ไม่สามารถถูกตรวจพบได้
01:19
until 10 years after
they've started growing,
จนล่วงเลยไป 10 ปีแล้ว
หลังจากที่มันเริ่มโตขึ้นมา
01:22
when they are 50 million
cancer cells strong.
จนกลายเป็นเซลล์มะเร็ง
จำนวนมากถึง 50 ล้านเซลล์
01:25
What if we had better technologies
ถ้าหากว่าเรามีเทคโนโลยีที่ดีกว่า
01:30
to detect some of these more
deadly cancers sooner,
เพื่อตรวจพบมะเร็งร้ายแรง
บางชนิดเหล่านี้ ได้เร็วกว่านี้
01:31
when they could be removed,
ตอนที่เราสามารถกำจัดมันได้
01:35
when they were just getting started?
ตอนที่มันกำลังเพิ่งจะเริ่มต้นล่ะ
จะเป็นอย่างไร
01:36
Let me tell you about how
miniaturization might get us there.
ฉันขอเล่าถึงว่า การทำให้ขนาดเล็กลง
อาจพาเราไปยังจุดนั้นได้อย่างไร
01:38
This is a microscope in a typical lab
นี่คือกล้องจุลทรรศน์
ในห้องทดลองทั่ว ๆ ไป
01:43
that a pathologist would use
for looking at a tissue specimen,
ที่นักพยาธิวิทยาใช้กัน
เพื่อดูตัวอย่างเนื้อเยื่อ
01:45
like a biopsy or a pap smear.
อย่างเช่น การตรวจชิ้นเนื้อ
หรือ การตรวจแปปสเมียร์
01:49
This $7,000 microscope
กล้องจุลทรรศน์
ราคา 7,000 ดอลลาร์ นี้
01:51
would be used by somebody
with years of specialized training
ถูกใช้โดยผู้ชำนาญการ
ที่ถูกฝึกฝนเฉพาะทางมานานหลายปี
01:54
to spot cancer cells.
เพื่อจะมองหาเซลล์มะเร็ง
01:57
This is an image from a colleague
of mine at Rice University,
นี่เป็นภาพจากเพื่อนร่วมงานของฉัน
ที่มหาวิทยาลัยไรซ์ (Rice University)
02:00
Rebecca Richards-Kortum.
ชื่อ รีเบคกา ริชาร์ดส์-คอร์ทูม
02:03
What she and her team have done
is miniaturize that whole microscope
สิ่งที่เธอและทีมงานได้ทำ คือ
ทำให้กล้องจุลทรรศน์มีขนาดเล็กลง
02:04
into this $10 part,
เป็นชิ้นส่วนนี้ที่มีราคา 10 ดอลลาร์
02:08
and it fits on the end
of an optical fiber.
และมันมีขนาดพอดี
กับปลายของเส้นใยนำแสง
02:10
Now what that means is instead
of taking a sample from a patient
นั่นหมายความว่า
แทนที่จะเอาตัวอย่างมาจากผู้ป่วย
02:13
and sending it to the microscope,
และส่งมันไปยังกล้องจุลทรรศน์นั่น
02:17
you can bring the microscope
to the patient.
คุณสามารถนำกล้องจุลทรรศน์
ไปยังผู้ป่วยได้
02:19
And then, instead of requiring
a specialist to look at the images,
จากนั้น แทนที่จะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ
เพื่อดูภาพทั้งหลาย
02:22
you can train the computer to score
normal versus cancerous cells.
คุณสามารถฝึกคอมพิวเตอร์
ให้เปรียบเทียบเซลล์ปกติกับเซลล์มะเร็ง
02:26
Now this is important,
เอาล่ะ นี่สำคัญค่ะ
02:32
because what they found
working in rural communities,
เพราะว่า สิ่งที่พวกเขาพบ
ขณะที่ทำงานในชุมชนชนบทนั้น
02:33
is that even when they have
a mobile screening van
คือ แม้ว่าเมื่อพวกเขามีรถตรวจเคลื่อนที่
02:36
that can go out into the community
and perform exams
ที่สามารถเข้าไปในชุมชนนั้น
และทำการตรวจได้
02:39
and collect samples
และรวบรวมตัวอย่าง
02:42
and send them to the central
hospital for analysis,
และส่งมันไปยังโรงพยาบาลศูนย์กลาง
เพื่อทำการวิเคราะห์
02:43
that days later,
ที่หลายวันต่อมา
02:47
women get a call
with an abnormal test result
ผู้หญิงที่ได้รับโทรศัพท์
แจ้งผลการตรวจที่ผิดปกติ
02:48
and they're asked to come in.
และถูกขอให้เข้ามาพบ
02:51
Fully half of them don't turn up
because they can't afford the trip.
ครึ่งหนึ่งของจำนวนนั้นมาไม่ได้
เพราะไม่มีเงินสำหรับการเดินทาง
02:52
With the integrated microscope
and computer analysis,
เมื่อมีกล้องจุลทรรศ์และการวิเคราะห์
ด้วยคอมพิวเตอร์รวมอยู่ด้วยกัน
02:57
Rebecca and her colleagues
have been able to create a van
รีเบคกาและเพื่อนร่วมงานของเธอ
ก็สร้างรถบรรทุก
03:01
that has both a diagnostic setup
and a treatment setup.
ที่มีทั้งอุปกรณ์เพื่อการวินิจฉัย
และการรักษา
03:04
And what that means
is that they can do a diagnosis
และนั่นก็หมายความว่า
พวกเขาสามารถวินิจฉัย
03:07
and perform therapy on the spot,
และทำการรักษาได้ ณ จุดนั้น
03:10
so no one is lost to follow up.
ดังนั้น จึงไม่มีใครที่ไม่ได้ถูกติดตามผล
03:13
That's just one example of how
miniaturization can save lives.
นั่นเป็นแค่ตัวอย่างหนึ่งว่า การทำให้
ขนาดเล็กลงสามารถรักษาชีวิตไว้ได้อย่างไร
03:15
Now as engineers,
ค่ะ ในฐานะที่เป็นวิศวกร
03:20
we think of this
as straight-up miniaturization.
เรามีแนวคิดว่านี่เป็นการทำขนาดให้
เล็กลง แบบตรงไปตรงมา
03:21
You took a big thing
and you made it little.
คุณเอาของใหญ่ๆมา
และก็ทำให้มันเล็ก
03:24
But what I told you before about computers
แต่สิ่งที่ฉันบอกคุณไป
เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
03:26
was that they transformed our lives
ก็คือมันได้เปลี่ยนชีวิตเรา
03:28
when they became small enough
for us to take them everywhere.
เมื่อมันเล็กลงจนให้เรา
เอามันไปได้ในทุก ๆ ที่
03:31
So what is the transformational
equivalent like that in medicine?
แล้วอะไรที่เป็นการเปลี่ยนที่ทัดเทียมกัน
ในทางการแพทย์
03:35
Well, what if you had a detector
ค่ะ ถ้าหากเรามีเครื่องตรวจจับ
03:40
that was so small that it could
circulate in your body,
ที่เล็กมากจนสามารถหมุนเวียน
อยู่ในร่างกายของคุณได้
03:43
find the tumor all by itself
ค้นหาเนื้องอกได้ด้วยตัวของมันเอง
03:47
and send a signal to the outside world?
และส่งสัญญาณออกไปยังโลกภายนอก
03:50
It sounds a little bit
like science fiction.
มันฟังดูคล้าย ๆ กับนิยายวิทยาศาสตร์
03:53
But actually, nanotechnology
allows us to do just that.
แต่แท้จริงแล้ว นาโนเทคโนโลยี
ทำให้เราทำอย่างนั้นได้จริง
03:55
Nanotechnology allows us to shrink
the parts that make up the detector
นาโนเทคโนโลยีทำให้เราลดขนาด
ส่วนที่ประกอบกันเป็นเครื่องตรวจจับ
03:59
from the width of a human hair,
จากความขนาดกว้างของเส้นผม
04:04
which is 100 microns,
คือ 100 ไมครอน
04:06
to a thousand times smaller,
ให้เล็กลงไปได้อีกถึงหนึ่งพันเท่า
04:07
which is 100 nanometers.
ซึ่งก็คือ 100 นาโนเมตร
04:10
And that has profound implications.
และนั่นก็มีความสำคัญยิ่ง
04:12
It turns out that materials
actually change their properties
กลายเป็นว่าวัสดุมี
คุณสมบัติที่เปลี่ยนแปลงไป
04:15
at the nanoscale.
ที่ระดับนาโน
04:19
You take a common material like gold,
คุณเอาวัสดุธรรมดา ๆ อย่างเช่น ทองคำ
04:21
and you grind it into dust,
into gold nanoparticles,
และคุณบดมันให้เป็นผง
จนเป็นอนุภาคนาโนทองคำ
04:23
and it changes from looking
gold to looking red.
และมันก็จะเปลี่ยนจากที่ดูเป็นสีทอง
กลับดูเป็นสีแดง
04:27
If you take a more exotic material
like cadmium selenide --
ถ้าคุณเอาวัตถุที่แปลกกว่านั้น
อย่างเช่น แคดเมี่ยม ซีลีไนด์ --
04:31
forms a big, black crystal --
ตกผลึกใหญ่สีดำ --
04:34
if you make nanocrystals
out of this material
ถ้าคุณทำผลึกนาโนจากวัตถุนี้
04:37
and you put it in a liquid,
และเอาไปใส่ในของเหลว
04:39
and you shine light on it,
และเอาไฟส่องไปที่มัน
04:41
they glow.
มันก็จะเรืองแสงออกมา
04:43
And they glow blue, green,
yellow, orange, red,
และพวกมันเรืองแสงออกมาเป็นสีนำ้เงิน
เขียว เหลือง ส้ม แดง
04:44
depending only on their size.
ขึ้นอยู่กับขนาดของมัน
04:50
It's wild! Can you imagine an object
like that in the macro world?
มันแปลกมาก ๆ ลองนึกถึงวัตถุแบบนั้น
ในโลกขนาดจิ๋วสิคะ
04:52
It would be like all the denim jeans
in your closet are all made of cotton,
มันคงจะเหมือนกับกางเกงยีนส์ทุกตัว
ในตู้เสื้อผ้าคุณ ทำมาจากผ้าฝ้าย
04:56
but they are different colors
depending only on their size.
แต่มันมีสีต่าง ๆ กันออกไป
ขึ้นอยู่กับขนาดของมัน
05:03
(Laughter)
(เสียงหัวเราะ)
05:08
So as a physician,
ดังนั้น ในฐานะที่เป็นแพทย์
05:10
what's just as interesting to me
สำหรับฉันแล้วสิ่งที่น่าสนใจพอ ๆ กัน
05:12
is that it's not just
the color of materials
คือ ไม่เฉพาะแค่สีของวัตถุ
05:14
that changes at the nanoscale;
ที่เปลี่ยนไปในระดับนาโน
05:17
the way they travel
in your body also changes.
แต่เป็นวิธีการเดินทางของมัน
ในร่างกายของคุณ ก็เปลี่ยนไปด้วย
05:19
And this is the kind of observation
that we're going to use
และนี่เป็นผลจากการสังเกต
ที่เรากำลังจะใช้
05:23
to make a better cancer detector.
เพื่อสร้างเครื่องตรวจจับมะเร็งที่ดีขึ้น
05:25
So let me show you what I mean.
ให้ฉันแสดงให้คุณเห็นว่า
มันหมายความว่าอย่างไร
05:28
This is a blood vessel in the body.
นี่เป็นหลอดเลือดในร่างกาย
05:30
Surrounding the blood vessel is a tumor.
ที่อยู่รอบหลอดเลือดเป็นเนื้องอก
05:32
We're going to inject nanoparticles
into the blood vessel
เราจะฉีดอนุภาคนาโน
เข้าไปในหลอดเลือด
05:35
and watch how they travel
from the bloodstream into the tumor.
และดูว่าพวกมันจะเดินทางจาก
หลอดเลือดเข้าไปในเนื้องอกได้อย่างไร
05:38
Now it turns out that the blood vessels
of many tumors are leaky,
ปรากฎว่า หลอดเลือดของ
เนื้องอกหลายชนิดมีจุดที่รั่วซึม
05:43
and so nanoparticles can leak out
from the bloodstream into the tumor.
ดังนั้น อนุภาคนาโนจึงสามารถซึม
ออกจากกระแสเลือดไปยังเนื้องอกได้
05:47
Whether they leak out
depends on their size.
ซึ่งมันจะซึมออกไปหรือไม่นั้น
อยู่กับขนาดของมัน
05:52
So in this image,
ดังนั้น ในภาพนี้
05:56
the smaller, hundred-nanometer,
blue nanoparticles are leaking out,
อนุภาคนาโนสีนํ้าเงินหนึ่งร้อยนาโนมิเตอร์
ที่มีขนาดเล็กกว่า กำลังซึมออกมา
05:57
and the larger, 500-nanometer,
red nanoparticles
และ อนุภาคนาโนสีแดง
ห้าร้อยนาโนมิเตอร์ ที่มีขนาดใหญ่กว่า
06:01
are stuck in the bloodstream.
ติดอยู่ในกระแสเลือด
06:05
So that means as an engineer,
ในฐานะที่เป็นวิศวกรนั่นจึงหมายความว่า
06:06
depending on how big
or small I make a material,
มันขึ้นอยู่กับว่า ฉันจะทำวัตถุ
ให้มีขนาดใหญ่หรือเล็กแค่ไหน
06:09
I can change where it goes in your body.
ฉันก็จะสามารถเปลี่ยนว่า
จะให้มันไปยังส่วนไหนในร่างกายคุณ
06:13
In my lab, we recently made
a cancer nanodetector
ในห้องทดลองของฉัน เมื่อไม่นานมานี้
เราได้ทำเครื่องตรวจจับมะเร็งนาโน
06:17
that is so small that it could travel
into the body and look for tumors.
ที่มีขนาดเล็กมาก จนมันสามารถเดินทาง
เข้าไปอยู่ในร่างกายและค้นหาเนื้องอกได้
06:21
We designed it to listen
for tumor invasion:
เราออกแบบให้มันฟังสัญญาณ
การลุกลามของเนื้องอก กล่าวคือ
06:27
the orchestra of chemical signals
that tumors need to make to spread.
กลุ่มสัญญาณทางเคมี ที่เนื้องอก
จำเป็นต้องสร้างเพื่อการแพร่กระจาย
06:31
For a tumor to break out
of the tissue that it's born in,
การที่เนื้องอกจะกระจายออกจากเนื้อเยื่อ
ที่เป็นต้นกำเนิดมันนั้น
06:36
it has to make chemicals called enzymes
มันต้องสร้างสารเคมีที่เรียกว่า เอนไซม์
06:39
to chew through
the scaffolding of tissues.
เพื่อกัดแทะให้ทะลุผ่าน
โครงสร้างของเนื้อเยื่อ
06:42
We designed these nanoparticles
to be activated by these enzymes.
เราได้ออกแบบอนุภาคนาโนเหล่านี้
ให้ถูกกระตุ้นได้ด้วยเอ็นไซม์
06:45
One enzyme can activate a thousand
of these chemical reactions in an hour.
เอ็นไซม์ตัวหนึ่ง สามารถกระตุ้น
ปฏิกริยาเคมีเป็นพัน ๆ ครั้งใน 1 ชั่วโมง
06:51
Now in engineering, we call
that one-to-a-thousand ratio
ในเชิงวิศวกรรม เราเรียกมันว่า
อัตราส่วนหนึ่งต่อพัน
06:57
a form of amplification,
ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการขยาย
07:01
and it makes something ultrasensitive.
และมันทำให้บางสิ่งมีความไวสูง
07:02
So we've made an ultrasensitive
cancer detector.
เราจึงได้ทำเครื่องตรวจจับมะเร็ง
ที่มีความไวสูงขึ้นมา
07:04
OK, but how do I get this activated
signal to the outside world,
แต่ฉันจะส่งสัญญาณนี้
ออกไปนอกร่างกาย
07:09
where I can act on it?
ซึ่งเป็นที่ที่ฉันจะจัดการกับมัน
ได้อย่างไร
07:14
For this, we're going to use
one more piece of nanoscale biology,
เพื่อที่จะทำสิ่งนั้น เรากำลังจะใช้
ชีววิทยาระดับนาโนกันอีกชิ้นหนึ่ง
07:15
and that has to do with the kidney.
และนั่นเกี่ยวข้องกับไต
07:19
The kidney is a filter.
ไตเป็นตัวกรอง
07:21
Its job is to filter out the blood
and put waste into the urine.
หน้าที่ของมันคือ กรองของเสีย
ออกจากเลือดลงไปในปัสสาวะ
07:23
It turns out that what the kidney filters
ปรากฎว่าสิ่งที่ไตกรองออกมา
07:29
is also dependent on size.
ก็ขึ้นอยู่กับขนาดเช่นกัน
07:31
So in this image, what you can see
ดังนั้นในภาพนี้ สิ่งที่คุณเห็น
07:34
is that everything smaller
than five nanometers
ทั้งหมดมีขนาดเล็กกว่า 5 นาโนเมตร
07:36
is going from the blood,
through the kidney, into the urine,
เดินทางออกจากเลือด ผ่านไต
เข้าไปในปัสสาวะ
07:39
and everything else
that's bigger is retained.
และทุกอย่างนอกเหนือจากนั้น
ที่ใหญ่กว่านั้นยังคงถูกเก็บกักไว้
07:44
OK, so if I make a 100-nanometer
cancer detector,
เอาล่ะ ถ้าฉันสร้างเครื่องตรวจจับมะเร็ง
100 นาโนมิเตอร์ขึ้นมา
07:47
I inject it in the bloodstream,
ฉีดมันเข้าไปในกระแสเลือด
07:52
it can leak into the tumor
where it's activated by tumor enzymes
มันจะซึมเข้าไปในเนื้องอก และถูกกระตุ้น
ได้ด้วยเอนไซม์ของเนื้องอก
07:54
to release a small signal
เพื่อปล่อยสัญญาณเล็ก ๆ ออกมา
08:00
that is small enough to be
filtered out of the kidney
ซึ่งเล็กพอที่จะถูกกรองออกไปจากไต
08:02
and put into the urine,
และเข้าไปในปัสสาวะ
08:05
I have a signal in the outside world
that I can detect.
ฉันก็จะมีสัญญาณในโลกข้างนอก
ที่ฉันสามารถตรวจจับได้
08:07
OK, but there's one more problem.
แต่ก็ยังมีอยู่อีกหนึ่งปัญหา
08:12
This is a tiny little signal,
นี่เป็นเพียงสัญญาณเล็ก ๆ
08:14
so how do I detect it?
แล้วฉันจะตรวจจับมันได้อย่างไร
08:16
Well, the signal is just a molecule.
ค่ะ สัญญาณนั้นเป็นเพียงแค่โมเลกุล
08:18
They're molecules
that we designed as engineers.
พวกมันเป็นโมเลกุลที่เราออกแบบมัน
ในฐานะที่เราเป็นวิศวกร
08:20
They're completely synthetic,
and we can design them
มันเป็นสารสังเคราะห์ล้วน ๆ
และเราสามารถออกแบบมันได้
08:23
so they are compatible
with our tool of choice.
มันจึงเหมาะสมกับเครื่องมือที่เราเลือก
08:26
If we want to use a really
sensitive, fancy instrument
หากเราต้องการใช้เครื่องมือที่ไว
ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ซับซ้อน
08:30
called a mass spectrometer,
ที่เรียกว่า แมส สเปกโทรมีเตอร์
08:33
then we make a molecule
with a unique mass.
เราก็สร้างโมเลกุลที่มีมวลจำเพาะ
08:35
Or maybe we want make something
that's more inexpensive and portable.
หรือเราอาจต้องการสร้างบางสิ่ง
ที่ราคาไม่แพงและพกพาได้
08:38
Then we make molecules
that we can trap on paper,
เราก็สร้างโมเลกุล
ที่เราสามารถกักไว้บนกระดาษได้
08:42
like a pregnancy test.
ดังเช่น การทดสอบการตั้งครรภ์
08:46
In fact, there's a whole
world of paper tests
จริง ๆ แล้ว
มีการทดสอบบนกระดาษอยู่มากมาย
08:47
that are becoming available
in a field called paper diagnostics.
ที่นำมาใช้ได้ ในสาขาวิชาที่เรียกว่า
การวินิจฉัยโดยกระดาษ
08:50
Alright, where are we going with this?
เอาล่ะค่ะ สิ่งนี้
จะนำเราไปทางไหนหรือ
08:55
What I'm going to tell you next,
สิ่งที่ฉันกำลังจะบอกคุณต่อจากนี้
08:58
as a lifelong researcher,
ในฐานะที่เป็นนักวิจัยมาตลอดชีวิต
09:00
represents a dream of mine.
เป็นตัวแทนความฝันของฉัน
09:02
I can't say that's it's a promise;
ฉันบอกไม่ได้ว่ามันเป็นคำมั่นสัญญา
09:04
it's a dream.
มันเป็นความฝัน
09:06
But I think we all have to have dreams
to keep us pushing forward,
แต่ฉันก็คิดว่า เราต้องมีความฝันกันทุกคน
เพื่อผลักดันให้เราไปข้างหน้า
09:08
even -- and maybe especially --
cancer researchers.
แม้ว่า -- และบางที
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง -- นักวิจัยมะเร็ง
09:11
I'm going to tell you what I hope
will happen with my technology,
ฉันจะบอกว่าถึงสิ่งที่ฉันหวังไว้
ว่าจะเกิดขึ้นกับเทคโนโลยีของฉัน
09:15
that my team and I will put
our hearts and souls
ก็คือฉันและทีมงานจะทุ่มเททั้งกายใจ
09:19
into making a reality.
เพื่อทำให้มันเป็นจริง
09:23
OK, here goes.
เอาล่ะค่ะ
09:25
I dream that one day,
ฉันฝันว่าวันหนึ่ง
09:27
instead of going into
an expensive screening facility
แทนที่จะต้องใช้
เครื่องมือตรวจราคาแพง
09:30
to get a colonoscopy,
เพื่อการส่องตรวจลำไส้ใหญ่
09:33
or a mammogram,
หรือตรวจเต้านม
09:35
or a pap smear,
หรือตรวจภายในแปปสเมียร์
09:36
that you could get a shot,
ซึ่งคุณอาจต้องถูกฉีดยา
09:38
wait an hour,
คอยเป็นชั่วโมง
09:40
and do a urine test on a paper strip.
และทดสอบปัสสาวะบนแถบกระดาษ
09:42
I imagine that this could even happen
ฉันจินตนาการไว้ว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้
09:45
without the need for steady electricity,
โดยไม่ต้องพึ่งพาไฟฟ้าที่คงที่
09:48
or a medical professional in the room.
หรือผู้มีความชำนาญทางด้านการแพทย์
ประจำอยู่ในห้อง
09:51
Maybe they could be far away
พวกเขาอาจอยู่ห่างไกลออกไปก็ได้
09:53
and connected only by the image
on a smartphone.
และติดต่อถึงกันได้ โดยใช้แค่
ภาพบนสมาร์ทโฟน
09:55
Now I know this sounds like a dream,
ค่ะ ฉันรู้ว่าฟังดูราวกับเป็นความฝัน
09:58
but in the lab we already
have this working in mice,
แต่ในห้องทดลอง
เราทำสิ่งนี้สำเร็จแล้วในหนู
10:00
where it works better
than existing methods
ซึ่งมันได้ผลดีกว่าวิธีการที่มีอยู่ในขณะนี้
10:03
for the detection of lung,
colon and ovarian cancer.
สำหรับการตรวจมะเร็งปอด
มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งรังไข่
10:05
And I hope that what this means
ฉันหวังว่าสิ่งนี้จะหมายถึงว่า
10:10
is that one day we can
detect tumors in patients
ในวันหนึ่ง เราจะสามารถ
ตรวจพบเนื้องอกในผู้ป่วย
10:12
sooner than 10 years
after they've started growing,
ได้เร็วขึ้น 10 ปี
หลังจากที่มันเริ่มเกิดขึ้นมา
10:18
in all walks of life,
ในคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกชนชั้น
10:21
all around the globe,
ทั่วโลก
10:23
and that this would lead
to earlier treatments,
และหวังว่า สิ่งนี้
จะนำไปสู่การรักษาแต่เนิ่น ๆ
10:25
and that we could save more lives
than we can today,
และเราอาจช่วยรักษาชีวิตคนได้
มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
10:28
with early detection.
ด้วยการตรวจพบเสียแต่เนิ่น ๆ
10:31
Thank you.
ของคุณค่ะ
10:33
(Applause)
(เสียงปรบมือ)
10:34

▲Back to top

About the speaker:

Sangeeta Bhatia - Physician, bioengineer and entrepreneur
Sangeeta Bhatia is a cancer researcher, MIT professor and biotech entrepreneur who works to adapt technologies developed in the computer industry for medical innovation.

Why you should listen

Trained as both a physician and engineer at Harvard, MIT, and Brown University, Sangeeta Bhatia leverages 'tiny technologies' of miniaturization to yield inventions with new applications in tissue regeneration, stem cell differentiation, medical diagnostics, predictive toxicology and drug delivery. She and her trainees have launched more than 10 biotechnology companies to improve human health.

Bhatia has received many honors including the Lemelson-MIT Prize, known as the 'Oscar for inventors,' and the Heinz Medal for groundbreaking inventions and advocacy for women in STEM fields. She is a Howard Hughes Medical Institute Investigator, the Director of the Marble Center for Cancer Nanomedicine at the Koch Institute for Integrative Cancer Research and an elected member of the National Academy of Engineering, the American Academy of Arts and Science and Brown University's Board of Trustees.

More profile about the speaker
Sangeeta Bhatia | Speaker | TED.com